ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลน จ. ชลบุรี | www.chumchonburi.com

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลน จ. ชลบุรี

ประวัติความเป็นมา

จากลักษณะทางภูมิประเทศที่เป็นชายฝั่งทะเล ชลบุรีจึงเป็นจังหวัดหนึ่งซึ่งในอดีตเคยมีพื้นที่ป่าชายเลนมากแห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่ ปัจจุบันแทบจะไม่หลงเหลือให้เห็นมากนัก เนื่องจากถูกทำลายจากคนที่อยู่อาศัย ทั้งทิ้งขยะลงทะเล และการปล่อยน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรม โดยไม่คำนึงถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีความสำคัญ

ด้วยความอุดม สมบูรณ์ของป่าชายเลนในอดีตซึ่งมีความสำคัญมาก จังหวัดชลบุรี จึงได้จัดทำยุทธศาสตร์การฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลน และก่อตั้ง ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จังหวัดชลบุรี ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2544  เพื่อเป็นการอนุรักษ์ป่าชายเลนพื้นที่กว่า 300 ไร่ และเพื่อให้ชาวชลบุรีและนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสมาสัมผัสและศึกษาธรรมชาติ ของป่าชายเลนได้จากสถานที่จริงอย่างใกล้ชิด และถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ตามแผนแม่บทของการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ พ.ศ. 2541-2546 ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติแห่ง นี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากภาครัฐและ เอกชน และได้เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547  พร้อมกันนั้น ทางศูนย์ฯ ยังได้มีโอกาสถวายการต้อนรับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเสด็จมาเยือนเป็นการส่วนพระองค์ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2549

 

ข้อมูลทั่วไป

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลน เพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่ที่ หมู่ 3 ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นผืนป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุดและผืนสุดท้ายของชลบุรี มีเนื้อที่ 300 ไร่ เปิดดำเนินการโดยความร่วมมือของกรมป่าไม้และองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี

สำนัก งานป่าไม้จังหวัดได้จัดตั้งศูนย์ฯ ขึ้นเพื่ออนุรักษ์ป่าชายเลน และให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่ประชาชน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นสะพานไม้ที่ยาว 2,300 เมตร ซึ่งยาวที่สุดในประเทศไทย

ตลอดเส้นทางความยาว 2,300 เมตร บนสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติของศูนย์ฯ  จะได้พบเห็นความหลากหลายทางธรรมชาติ ของป่าชายเลน ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ไม้ป่าชายเลนและสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ระหว่างทางจะมีศาลา ชีวภาพใต้น้ำ สะพานแขวน และมีบอร์ดให้ความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลนเป็นระยะๆ นักท่องเที่ยวจะได้รับทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน

ศูนย์ศึกษา ธรรมชาติปาชายเลนแห่งนี้ อุดมไปด้วยพันธุ์ไม้ป่าชายเลนหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก ตะบูนดำ ตะบูนขาว แสมดำ แสมขาว โปรงแดง โปรงขาว ลำพูน และพืชอีกหลายชนิด นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำอีกหลากหลายชนิด ได้แก่ กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย หอยนางรม หอยแครง ปูก้ามดาบ ปูแสม ปลานวลจันทร์ ปลากะพงขาว ปลาตีน และนกอีกนานาชนิด

 

จุดเด่นหรือสิ่งที่น่าสนใจ

หลาย คนอาจจะเคยสัมผัสกับศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนแห่งอื่นๆ ที่สามารถเดินเข้าชมและศึกษาธรรมชาติได้เช่นกัน แต่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติแห่งนี้ มีลักษณะเด่นที่นอกจากจะอยู่ใกล้ชุมชนเมือง ซึ่งเดินทางไปมาได้สะดวกแล้ว ยังมีสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งยาวถึง 2,300 เมตร โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลจำนวน 18 ล้านบาท เพื่อสร้างทางเดินศึกษาธรรมชาตินี้ และนอกจากนี้ยังได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อีก 1 ล้าน 7 แสนบาท เพื่อปรับปรุงบริเวณด้านหน้าให้เป็นสวนสุขภาพ และทำราวเชือกสะพานเพื่อป้องกันอันตรายสำหรับผู้ที่เข้าศึกษาแหล่งท่อง เที่ยว โดยอยู่ในความดูแลของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดชลบุรี

 

เหมาะสำหรับ

เด็ก, เยาวชน, ผู้ใหญ่, ครอบครัว, เที่ยวคนเดียว, เที่ยวเป็นกลุ่ม

 

กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว

  • เดินศึกษาธรรมชาติของป่าชายเลนบนสะพานไม้ยาว 2,300 เมตร
  • ช่วยกันอนุรักษ์และร่วมกันปลูกป่าชายเลนเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนให้อุดมสมบูรณ์

 

เวลาทำการ

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.30 - 17.30 น.

 

ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลน เพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จังหวัดชลบุรี
222 หมู่ที่ 3 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี
โทรศัพท์: 038-398-268 - 9, 085-1015488 (ในเวลาราชการ)
โทรสาร: 038-398-298

สามารถ ติดต่อทางศูนย์ล่วงหน้าเพื่อขอเข้าชมโดยมีวิทยากรบรรยายให้ข้อมูล และความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน ตลอดเส้นทางการศึกษาธรรมชาติอย่างละเอียด